กกท. ฟันธง บังยี ชวดชิงนายกฯ บอลไทย

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีการยื่นอุทรณ์การสมัครรับเลือกตั้งนายกสมาคม ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี ได้ยื่นมาทางการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ตัดสิทธิ์ตนจากการลงสมัครฯ เนื่องจากคุณสมบัติไม่ผ่าน

กกท. ฟันธง บังยี ชวดชิงนายกฯ บอลไทย

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีการยื่นอุทรณ์การสมัครรับเลือกตั้งนายกสมาคม ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ "บังยี" วรวีร์ มะกูดี ได้ยื่นมาทางการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ตัดสิทธิ์ตนจากการลงสมัครฯ เนื่องจากคุณสมบัติไม่ผ่าน

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีการยื่นอุทรณ์การสมัครรับเลือกตั้งนายกสมาคม ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ “บังยีวรวีร์ มะกูดี ได้ยื่นมาทางการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ตัดสิทธิ์ตนจากการลงสมัครฯ เนื่องจากคุณสมบัติไม่ผ่าน

ตามที่ กกท. ได้มอบหมายให้คณะกรรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์และติดตามแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางการกีฬาเป็นผู้พิจารณาข้อเท็จจริงเพื่อเสนอความเห็นให้ผู้ว่าการวินิจฉัย คณะกรรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์และติดตามแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางการกีฬา ได้เชิญนายวรวีร์ มะกูดี และพล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๓๐ ณ ห้องประชุม ชั้น ๔ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยนายวรวีร์ มะกูดี ได้มาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตนเอง และนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ส่งฝ่ายกฎหมายมาชี้แจงแทน นั้น

“ผู้ว่าการ กกท. ในฐานะนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำกรุงเทพมหานคร ได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีประเด็นที่จะต้องพิจารณา ๒ ประเด็น คือ ประเด็นที่ ๑ ข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ.๒๕๕๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ ๔) พ.ศ.๒๕๖๒ ข้อ ๓๓.๓.๗ ถึง ข้อ ๓๓.๓.๑๑ และระเบียบว่าด้วย การเลือกตั้ง นายกสมาคม อุปนายก และกรรมการกลาง ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕ เรื่อง คุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่ออกตามนัยของข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมฯ ที่ได้แก้ไขใหม่ดังกล่าวเป็นข้อบังคับและระเบียบที่ชอบหรือไม่ และ ประเด็นที่ ๒ คำสั่งของสำนักเลขาธิการตัดสิทธิ์นายวรวีร์ มะกูดี ในการสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นคำสั่งที่ชอบหรือไม่”

ประเด็นที่ ๑ ข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ.๒๕๕๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ ๔) พ.ศ.๒๕๖๒ ในข้อ ๓๓.๓.๗ ถึง ข้อ ๓๓.๓.๑๑ และระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งนายกสมาคม อุปนายก และกรรมการกลาง ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕.๙ ถึง ข้อ ๕.๑๓ ชอบหรือไม่ ในประเด็นนี้ นายทะเบียนได้พิจารณาแล้วว่า ในขณะที่รับจดทะเบียนข้อบังคับของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ดังกล่าวนั้น ไม่มีข้อเท็จจริงหรือเหตุใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่า ข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ.๒๕๕๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ ๔) พ.ศ.๒๕๖๒ ที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามที่กล่าวแล้วในข้อ ๖ ข้างต้น นายทะเบียนจึงรับจดทะเบียนข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมฯ ที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ นั้น ดังนั้น เมื่อนายทะเบียนเห็นว่า ข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมฯ ที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๓๓.๓.๗ ถึง ข้อ ๓๓.๓.๑๑ เป็นข้อบังคับที่ไม่ขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ดังนั้น ระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง นายกสมาคม อุปนายก และกรรมการกลาง ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕.๙ ถึง ข้อ ๕.๑๓ ที่ออกตามนัยของข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมฯ ดังกล่าว จึงเป็นระเบียบที่มีผลทางกฎหมายเช่นเดียวกัน

​ประเด็นที่ ๒ เรื่องคำสั่งของสำนักเลขาธิการที่ตัดสิทธิ์นายวรวีร์ มะกูดี ในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นคำสั่งที่ชอบหรือไม่นั้น นอกจากจะพิจารณาว่าระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง นายกสมาคม อุปนายก และกรรมการกลาง ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ และข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ.๒๕๕๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ ๔) พ.ศ.๒๕๖๒ ตามที่สำนักเลขาธิการอ้างในการตัดสิทธิ์ชอบหรือไม่แล้ว ยังต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุผลในการออกคำสั่งนั้น ประกอบด้วย คือ

๒.๑ การที่สำนักเลขาธิการตัดสิทธิ์ท่านด้วยเหตุที่ท่านถูกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฟ้องไม่ว่าในความผิดฐานใดกรณีใดและไม่ว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วหรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ท่านได้ถูกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฟ้องคดีอาญาฐานร่วมกันยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ มาตรา ๘๔ มาตรา ๘๖ มาตรา ๓๕๒ และ มาตรา ๓๕๓ คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาล ท่านไม่เห็นด้วยกับคำสั่งตัดสิทธิ์ดังกล่าว โดยเห็นว่า ไม่เป็นธรรม และขัดต่อพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ นายทะเบียนพิจารณาแล้วเห็นว่า ในมาตรา ๗๑ ของพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้กำหนดคุณสมบัติกรรมการสมาคมกีฬาไว้เป็นว่า ๒.๑.๑ มีคุณวุฒิหรือประสบการณ์เหมาะสมกับการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาหรือการส่งเสริมกีฬาภายในขอบวัตถุประสงค์ของสมาคมกีฬานั้น ๒.๑.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต ๒.๑.๓ ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ๒.๑.๔ ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ๒.๑.๕ ไม่เคยถูกนายทะเบียนสั่งให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการสมาคมกีฬาตามมาตรา ๘๖ (๔) เว้นแต่จะพ้นกำหนดห้าปีนับแต่วันที่ถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งคุณสมบัติของกรรมการสมาคมกีฬาดังกล่าวถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานของคุณสมบัติของผู้เป็นกรรมการสมาคมกีฬาที่กฎหมายบัญญัติไว้ สมาคมกีฬาอาจกำหนดคุณสมบัติของกรรมการสมาคมเพิ่มเติมได้อีกจากที่กฎหมายบัญญัติเพื่อประโยชน์ของสมาคมภายในกรอบของกฎหมายและไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ดังเช่นที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมฯ ตามที่ได้กล่าวแล้ว เมื่อฟังได้ว่า ข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมฯ ที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๓๓.๓.๑๐ และระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งฯ ข้อ ๕.๑๒ ที่ออกตามนัยของข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมฯ ดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของสมาคมฯ ในการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่เป็นกรรมการสมาคมฯ ในเรื่องธรรมาภิบาล จึงเป็นคำสั่งที่ออกตามข้อบังคับและระเบียบดังกล่าว

๒.๒ ในประเด็นที่สำนักเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตัดสิทธิ์ท่าน โดยอ้างว่าท่านเคยถูกลงโทษห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียหรือสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน ตามข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ.๒๕๕๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ ๔) พ.ศ.๒๕๖๒ ข้อ ๓.๓.๑๑ และระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง นายกสมาคม อุปนายก และกรรมการกลาง ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕.๑๓ ในเรื่องนี้ท่านได้โต้แย้งว่า ท่านได้ฟ้องคดีต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (CAS) และต่อสู้ว่าท่านมิได้กระทำความผิดเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติที่มีคำสั่งลงโทษท่าน และศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (CAS) ได้มีคำวินิจฉัยว่า ท่านไม่ได้กระทำผิดดังกล่าว หากผลของคำวินิจฉัยดังกล่าวมีผลทำให้มีการยกเลิกคำสั่งลงโทษท่านและทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว คำสั่งตัดสิทธิ์ท่านในกรณีนี้จึงอาจเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ

๒.๓ ในประเด็นที่ขอให้นายทะเบียนตัดสิทธิ์การสมัครรับเลือกตั้ง นายกสมาคม อุปนายก และกรรมการสมาคม ของ พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และคณะกรรมการสมาคม ผู้บริหารชุดปัจจุบัน เพราะขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ.๒๕๕๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ ๔) พ.ศ.๒๕๖๒ ข้อ ๓๓.๓.๗ และระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง นายกสมาคม อุปนายก และกรรมการกลาง ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕.๙ ในฐานะเป็นกระทำการแทนสมาคม บอกเลิกสัญญาแต่งตั้งตัวแทนสิทธิประโยชน์ บริษัท สยามสปอร์ตซิดิเคท จำกัด (มหาชน) โดยมิชอบ ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ คดีหมายเลขดำ ที่ ทป ๗๙/๒๕๖๐ คดีหมายเลขแดงที่ ทป ๑๔๒/๒๕๖๒ ความแพ่ง เรื่อง สัญญา ลิขสิทธิ์ ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ชำระเงินให้กับ บริษัท สยามสปอร์ตซิดิเคท จำกัด (มหาชน) ๕๐ ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐) จนถึงวันที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะชำระหนี้บริษัท สยามสปอร์ตซิดิเคท จำกัด (มหาชน) เสร็จสิ้น และคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล เนื่องจากสมาคมได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นพร้อมคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี ซึ่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งรับอุทธรณ์แล้ว ยังไม่มีการชดใช้ค่าเสียหายตามคำพิพากษาของศาล ดังนั้นจึงยังไม่มีการกระทำอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาคม ซึ่งในกรณีที่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของนายทะเบียน สามารถใช้สิทธิ์โต้แย้งตามกฎหมายได้ต่อไป ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์

สำหรับข้อร้องเรียนตามหนังสือของ นายภิญโญ นิโรจน์ ผู้สมัครนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ และวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่ขอให้นายทะเบียนกลางสมาคมกีฬา พิจารณาแต่งตั้งเจ้าหน้าที่หรือบุคคลภายนอกที่มีความสุจริต เที่ยงธรรมและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าเป็นกรรมการการเลือกตั้งของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยให้มีอำนาจดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ควบคุม ดูแล ตรวจสอบการเลือกตั้ง ออกบัตรเลือกตั้งนับคะแนน ชี้ขาดข้อพิพาท และประกาศผลการเลือกตั้งเพื่อดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริตและเป็นธรรม และขอทราบผลการดำเนินการดังกล่าว นั้น เรื่องนี้ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬา ขอเรียนให้ทราบว่า การดำเนินการจัดการเลือกตั้งเป็นอำนาจของสำนักเลขาธิการสมาคมฯ ตามระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง นายกสมาคม อุปนายก และกรรมการกลาง ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ข้อ ๔ และผู้ว่าการได้มอบหมายพนักงานเข้าร่วมสังเกตการณ์ ในการประชุมใหญ่พิเศษเพื่อการเลือกตั้งของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ตามมาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมแล้ว

Facebook Comments
CLOSE
CLOSE
CLOSE
CLOSE