โจ พาทิศ ยืนยัน สมาคมฟุตบอลไทย มีสัญญารับการสนับสนุนจาก บิทคับ

โจ พาทิศ ยืนยัน สมาคมฟุตบอลไทย มีสัญญารับการสนับสนุนจาก บิทคับ
แชร์กับเพื่อน

“โจ พาทิศ” ยืนยัน สมาคมฟุตบอลไทย มีสัญญารับการสนับสนุนจาก “บิทคับ” ทั้งเงินและเหรียญ KUB เพื่อนำมาทำกิจกรรมหารายได้ให้กับสโมสรในการแข่งขันรีโว่ ไทยลีก ซึ่งนับเป็นลีกแรกของเอเชียที่ทำการ์ด NFT

จากกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการเข้ามาสนับสนุน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ของ “บิทคับ” บริษัทแพลตฟอร์มเพื่อการแลกเปลี่ยนและซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอลว่าเป็นการสนับสนุนโดยชำระเป็นเหรียญ KUB แต่ไม่ใช่เงินสนับสนุนปกตินั้น

ล่าสุด นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า “สัญญาระหว่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กับ บิทคับ จะมีอยู่ 2 ส่วน คือ 1.ให้การสนับสนุนเป็นเงินสด และ 2. การนำเหรียญ KUB มาทำกิจกรรม ซึ่งเป็นรูปแบบการบริหารสิทธิประโยชน์ เช่นเดียวกับผู้สนับสนุนของสมาคมฯ รายอื่นๆ ที่ต้องการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมธุรกิจใน ผลิตภัณฑ์ สินค้า บริการ ของผู้สนับสนุนให้เป็นที่รู้จัก”

“ขณะเดียวกัน บิทคับ ต้องการยกระดับฟุตบอลรีโว่ ไทยลีก ได้ดำเนินการในส่วนของค่าใช้จ่ายในการจัดทำการ์ด NFT ไทยลีก ขึ้น เพื่อช่วยหารายได้ให้กับสโมสรในการแข่งขันรีโว่ ไทยลีก ซึ่งนับเป็นลีกแรกของเอเชียที่ทำการ์ด NFT ทั้งลีก”

“ในกรณีนี้คือการนำส่วนของเหรียญ KUB มาจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทางการตลาด เนื่องจากบิทคับเป็นบริษัทด้านสินทรัพย์ดิจิตอล ก็ต้องการให้คนไทยเข้ามารู้จักกับการบริหารจัดการการเงินยุคใหม่ ผ่านทางแพลตฟอร์มเพื่อการแลกเปลี่ยน และซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอล และยังเปิดอบรมให้ความรู้กับคนไทยอย่างต่อเนื่อง”

“สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยืนยันได้ว่า บิทคับ เข้ามาสนับสนุนฟุตบอลไทยและทำสัญญาการสนับสนุนเป็นเงินสด ซึ่งสมาคมฯ ได้รักษาผลประโยชน์ของวงการฟุตบอลไทยเป็นอย่างดี การดำเนินงานของบิทคับเอง ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้การควบคุมของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)”

“คุณท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา เป็นคนที่ชอบในกีฬาฟุตบอลมากๆ และอยากให้วงการฟุตบอลไทยพัฒนาอย่างแท้จริง จึงขอให้แฟนบอลเชื่อมั่นว่า พันธมิตรที่เข้ามาสนับสนุน ต้องการเห็นวงการฟุตบอลไทยพัฒนาอย่างยั่งยืนแน่นอน” นายพาทิศ ศุภะพงษ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายพาทิศ ยังกล่าวถึง สถานการณ์ของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีว่า เป็นเรื่องปกติที่มูลค่าของเหรียญจะมีขึ้นและลงสลับกันไป ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เคยเกิดสถานการณ์เช่นนี้มาแล้ว ซึ่งปัจจุบัน ก็สอดคล้องกับสถานการณ์โลก ไม่เพียงแต่ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ในตลาดหุ้นแทบทุกประเทศก็ตกลงเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพราะปัญหาด้านเศรษฐกิจทั่วโลกเท่านั้น และส่วนตัวเชื่อว่าเมื่อพ้นวิกฤติการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยหลายประเทศเริ่มเปิดแล้ว น่าจะทำให้เศรษฐกิจของทุกประเทศดีขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และกีฬาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไป


แชร์กับเพื่อน